แหล่งท่องเที่ยวอเมริกาเหนือ

น้ำตกไนแองการ่า (Niangara Fall) รัฐนิวยอร์ก

น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา น้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกัน คือ น้ำตกเกือกม้า (Horseshoe Falls บางครั้งก็เรียก น้ำตกแคนาดา) สูง 158 ฟุตน้ำตกอเมริกาสูง 167 ฟุต และน้ำตกขนาดเล็กกว่าที่อยู่ติดกัน คือน้ำตก Bridal Veil แม้น้ำตกไนแอการาจะไม่สูงอย่างโดดเด่น แต่ก็กว้างมากน้ำตกไนแองการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศมานานกว่าศตวรร  มีแม่น้ำไนแอการาไหลมาจากทะเลสาบอีรีไหลผ่านน้ำตกไนแอการาลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เมืองสองฝั่งของน้ำตกในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก

 

 

สะพานโกลเด้นเกท

 

      สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทอดข้ามอ่าวทางตอนเหนือ ของเมืองซานฟรานซิสโก สร้างเป็นแบบโครงแขวน ตัวสะพานแขวนประกอบด้วยหอคอยเหล็กสองข้างข้างละ 215 เมตร ( 746 ฟุต) ใช้ ลวดเคเบิลที่โยงทอดเป็นตัวดึงน้ำหนักสะพานมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 107,000 ไมล์ และยังมีเส้นลวดเล็ก ยึดสายโยงอีกรวม 27,572 เส้น มีช่วงกลางระหว่างตอม่อยาว 1.26 กิโลเมตร ส่วนริม 2 ฟาก ยาวข้างละ 34 เมตรสิรวมยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตรทมีส่วนกว้าง 27 เมตรธิเป็นสะพานแบบสะพานแขวนขนาดใหญ่ และยาวมากที่สุดสะพานแรกในยุคนั้น จนเป็นที่น่ามหัศจรรย์ของผู้ผ่านไปมาชัและพบเห็นยิ่งนัก ยและเป็นแบบอย่างในการออกแบบสร้างสะพานแขวนแบบใหญ่และยาวมากขึ้นไปอีกในโอกาสต่อๆมา

 

แกรนด์แคนยอน

ในรัฐแอริโซน่าทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกามีภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่อยู่แห่งหนึ่งที่ยากจะหาที่ไหนในโลกเสมอเหมือนได้ในขนาดอันไพศาล  โยเป็นโตรกเขาที่มีความยาวถึง 277  ไมล์ลึกหนึ่งไมล์ที่แกรนิท  กอรจ์  ส่วนตอนกว้างที่สุดตกราว 18 ไมล์  นั่นก็คือ แกรนแคนยอน  อันขึ้นชื่อจนถึงกับมีผู้แต่งเเพลงคลาสสิกแสดงถึงความเป็นไปของภูมิภาคแห่งนี้

แกรนแคนยอนมีความงามสง่าน่าเกรงขามน่าประหลาดตา  ตลอดจนมีความสำคัญในทางธรณีวิทยาอีกด้วยเพราะผาหินที่มีอยู่เป็นชั้นๆถึง 13 ชั้น  ชั้นล่างสุดมีอายุ 2,000  พันล้าน  ส่วนชั้นบนสุดราว 250  ล้านปี  ทำให้ช่วงความเป็นไปในประวิติศาสตร์ของมนุษย์ดูเป็นสิ่งเล็ฏน้อยจนไม่อาจเปรียบเทียบกันได้เลย    ตัวแกรนแคนยอเองได้เกิดจาการที่แม้น้ำโคโรลาโดไหลเซาะภูเขาให้กร่อนไปนับด้วยเวลาล้านๆปี  แล้วเมื่อลำน้ำมีความลึกเพิ่มขึ้นน้ำก็ไหลแรงขึ้นทุกทีการกร่อนตัวของหินเพิ่มขึ้น  แล้วทั้งแรงฝนแรงลม และหิมะก็ช่วยกันทำหน้าที่ต่อไปจนกระทั่งก่อให้เกิดโตรกเขาอันยาวเหยียดมีรูปลักษณะอย่างยากที่จะหาที่ไหนเหมือนในโลก

ในปัจจุบันนี้ได้มีการจัดล่องก่องแกรนแคนยอน  ด้วยเรือยางสำหรับผู้ที่มุ่ง แสวงหาความตื่นเต้น  และทำให้ได้รู้ว่านี่เป็นการล่องแก่งที่ยากเย็นที่สุดในโลก  เพราะในช่วง 200 ไมล์  ของแกรนแคนยอน  ลำน้ำโคโรลาโดได้เปลี่ยนระดับไปถึง  2200 และมีแก่งหินมากกว่า 150 แห่ง  ตามแก่งหลายแห่งน้ำจะโจนลงสู่ระดับต่ำลงไป 15 ฟุต  และมีแก่งอยู่อแห่งหนึ่งที่น้ำโจนลงสู่ระดับต่ำลงไป 30 ฟุต  ความลึกของน้ำนั้นอาจมีอยู่จาก หนึ่งฟุตไปถึง หกสิบฟุต  พร้อมด้วยน้ำวนที่เดือดพล่านอยู่เป็นแห่งๆไป  ตามแก่งหินบางตอนปรากฏว่ากำลังน้ำที่พุ่งปราดนั้นมีความรุนแรงขนาดทำให้เสื้อผ้า  เข็มขัด  รองเท้าถูกน้ำตีหลุดจากตัวได้ทีเดียว

แกรนแคนยอนนั้นแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ขอบผาด้านใต้ที่เรียกว่าเซาธ ริม และขอบผาด้านเหนือ-นอร์ธ ริม บริเวณขอบผาด้านใต้อยู่ใมนระดับสูง7,000ฟุต  เป็นแหล่งที่ผู้คนมาเที่ยวได้ตลอดปี  แต่ทางนอรธริมที่อยู่ในระดับสูง 8,200 ฟุตนั้น  มีสภาพที่ต่างกันมากเพระพอถึงปลายตุลาคมหิมะก็จะตกหนักจนใครๆๆไม่อาจเดินทางเข้าไปได้และจะเข้าไปได้ต่อเมื่อปลายพฤษภาคมหรือปลายมิถุนายนไปจนสิ้นหน้าร้อน  บริเวณเซาธ ริมและ นอร์ธ ริม นั้นอยู่ห่างจากกันเพียงราว 8 ไมล์  แต่ก็มิได้สร้างสะพานเชื่อมติดต่อกันเพระทางการเกรงว่าจะเป็นการทำลายภูมิภาพอันน่าดูทางธรรมชาติลดลงไป

 ทะเลสาบทั้ง 5 เกรทเลคส์ (Great Lakes)

 

         ทะเลสาบทั้ง 5 หรือเกรทเลคส์ (Great Lakes) อันมหัศจรรย์ได้ชักนำนักสำรวจและผู้อพยพมาสู่ดินแดนที่เรียกว่า  แถบมิดเวสท์ ในปัจจุบันมาหลายต่อหลายศตวรรษ  ทุกรัฐที่อยู่ริมทะเลสาบเกรทเลคส์ล้วนแล้วต่ได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากผืนน้ำอันกว้างใหญ พาราไดส์เมืองเล็กๆที่ยังคงบริสุทธิ์  สะอาด  และเป็นที่ที่ผู้คนนิยมมาหาแร่หินโมราตามชายหาด ทางตะวันตกของพาราไดส์ตามถนนเส้นเดิมจะพบ น้ำตกทาความีนอน (Tahquamenon Falls)  ทั้งตอนบนและตอนล่างซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเนินเขาหลายลูกที่ปกคลุมไปด้วยต้นสน  น้ำตกแห่งนี้กล่าวกันว่าเป็นรงบันดาลใจให้เฮนรี่ ว้อดสเวิร์ธ ลองเฟลโลว์
(Henry  Wadsworth Longfellow)  เขียนบทเพลงแห่งเฮียวาธา (The Song of Hiawatha) แม่น้ำทาความีนอน (Tahquamenon River) ซึ่งแปลว่า  น้ำสีดำ  และมีเส้นทางวกวนไหลลงสู่ทะเลสาบซูพีเรียถือกันว่าเป็นแม่น้ำที่เฮียวาธาสร้างเรือแคนูจากไม้เบิร์ชที่ชื่อ Shining Big-Sea-Water

 

ทะเลสาบทาโฮ               

ทะเลสาบทาโฮทะเลสาบทาโฮทะเลสาบทาโฮ

 

 ทะเลสาบทาโฮ (Lake Tahoe) อยู่ระหว่างมลรัฐแคลิฟอร์เนียและมลรัฐนาวาดา ถือเป็นพื้นที่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเป็นทะเลสาบที่อยู่ในเทือกเขาสูงที่สุด (Alpine Lake)ในเขตอเมริกาเหนือ แม้ว่าอุณหภูมิในเขตนี้จะต่ำมาก แต่น้ำในทะเลสาบนี้ไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็ง ทั้งยังมีความใสสะอาดมองเห็นพื้นได้ในระดับลึกถึง 100 ฟุต ทะเลสาบทาโฮโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะหนา เหมาะแก่การผจญภัยด้วยสกี เป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ตหลายแห่ง ได้แก่ รีสอร์ต Squaw Valley USA รีสอร์ต Heavenly รีสอร์ต Kirkwood รีสอร์ต Northstar-at-Tahoe รีสอร์ต Alpine Meadows รีสอร์ต Mt.Rose-Ski Tahoe และ รีสอร์ต Sierra-at-Tahoe เป็นต้น ทำให้ดินแดนแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของการเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี

อุทยานแห่งชาติ โยเซมิตี (Yosemite National Park) ตั้งอยู่ใน สหรัฐอเมริกา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยการผลักดันของนักอนุรักษ์ธรรมชาติคนสำคัญคือ จอห์น มุยร์

        หุบเขาโยเซมิตี (Yosemite Valley) มีความกว้าง 1.6 กิโลเมตร ยาว 11 กิโลเมตร ถูกตัดผ่านโดยธารน้ำแข็ง(Glacier)ในอดีตกาล จนกลายเป็นหุบเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ฮาล์ฟโดม (Half Dome) และเอลแคปปิตอล (El Capital) ภูเขาหินขนาดใหญ่ที่มีหน้าผามหึมาตั้งฉากและสูงลิบคือสัญลักษณ์ของอุทยานฯ นี้ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แค่ขับรถเที่ยวชมก็ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วันโดยเฉพาะที่หุบเขาโยเซมิตีก็ต้องใช้เวลาแล้ว 1 วัน แม้จะมีระยะทางเพียง 19 กิโลเมตร แต่ก็มีจุดที่ควรแวะดูมากมาย ทุกฤดูร้อนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนโยเซมิตีเป็นจำนวนมาก จนทำให้รถติดและที่จอดรถไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดมลพิษมากมาย ทางอุทยานฯ จึงจำเป็นต้องจัดรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไปจนกระทั่งหลังตะวันตกดิน และห้ามนักท่องเที่ยวขับรถเองตามเส้นทางต่างๆ ในหุบเขา หรือถ้าหากจะเช่าจักรยานก็มีเส้นทางเล็กๆ ขนานคู่ไปกับถนนสายหลัก

นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งคือ แวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววัลเล่ย์ (Valley Visitor Center) อุทยานฯ แห่งนี้  ยังมีน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกสวยเห็นโดดเด่นแต่ไกล

เอล แคปปิตอลอีกสัญลักษณ์หนึ่งของที่นี่ มันเป็นภูเขาหินขนาดใหญ่ สูงตั้งฉากขึ้นไปถึง 900 เมตร หลังจากนั้นจะผ่านจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมทั้งเซนติเนลร็อก (Sentinel Rock) และกลาเซียร์พอยต์ (Glacier Point) นับเป็นเทือกเขาหินแกรนิตอีกจุดหนึ่งที่ถูกธารน้ำแข็งกัดกร่อนในอดีตกาล  เส้นทางถัดมาประมาณ ระยะทาง 84 กิโลเมตร อาจจะใช้เวลาครึ่งวัน ถึง 1 วันเต็ม จากหุบเขาโยเซมิตี หรืออีกชื่อหนึ่งคือถนนโววานา ( Wowano Road ) ไปยังอุโมงค์โววานา (Wowana Tunnel)  จุดแรกที่ต้องแวะคือจุดชมวิวทันเนลวิว (Tunnel View Overlook) ที่ถูกยกย่องให้เป็น the most photographed vista on earth นับเป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่ยิ่งใหญ่ มองเห็นเทือกเขาหินปูนทั้งหมดของโยเซมิตี รวมทั้งน้ำตกไบรดัลเวล (Bridalveil Fall) ที่มีความสูง 186 เมตร (หากมาใช้ช่วงบ่ายจะเห็นสายรุ้งบริเวณน้ำตก)

 

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

 

    เทพีเสรีภาพ-Statue of Liberty เด่นสง่า ณ เกาะเบคโล ปากอ่าวแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ประติมากรรมโลหะสำริด เทพีห่มเสื้อคลุม มือขวาชูประทีป มือซ้ายถือจารึกประกาศอิสรภาพ ตัวอนุสาวรีย์ภายในมีบันไดวน 162 ขั้น ประชาชนชาวฝรั่งเศสมอบเธอเป็นของขวัญแก่อเมริกันชนผู้แสวงหาเสรีภาพ ย้อนไป ค.ศ.1865 ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส นักวิชาการหัวก้าวหน้าและกลุ่มหนุ่มไฟแรงพบปะสนทนาที่บ้านนายเอดู อาร์ต เดอลา บูลาเยอ ถึงการเมืองเรื่องการปกครองที่ประชาชนขาดเสรีภาพและไม่ได้รับความเสมอภาคจากองค์จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 พวกเขาชื่นชมชาวอเมริกันที่หาญกล้าลุกฮือขึ้นสู้กับอังกฤษ และปลดแอกสำเร็จเป็นชาติเอกราชในที่สุด เสรีภาพที่อเมริกันได้มาจุดประกายความคิดปารีเซียงกลุ่มนั้นที่จะสร้างงานศิลป์ชิ้นหนึ่งให้เป็น ของขวัญในวันอเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี 4 กรกฎาคม 1876  พวกเขารณรงค์หาเงินบริจาคจากประชาชนฝรั่งเศสทั่วประเทศ แล้วให้ปฏิมากร เฟรเดริก ออกุสต์บาร์โธลดี ออกแบบจากมติที่ต้องการให้ของขวัญเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ของสตรีในชุดเครื่องแต่งกายดั่งชาวโรมัน สวมมงกุฎรูปเดือยแหลม 7 แฉก สื่อความหมายถึง 7 ทวีป 7 คาบมหาสมุทร ในท่ายืนชูคบเพลิงด้วยมือขวาให้แสงสว่างแก่เสรีภาพ มือซ้ายถือแผ่นจารึกประกาศอิสรภาพ จารึกอักษร 4 JULY 1876 เท้าข้างหนึ่งมีโซ่ตรวนขาดสะบั้นสื่อถึงความหลุดพ้นจากการเป็นทาส

 

 

 

วอลท์ ดิสนีย์ เวิลด์ 

The "Partners" statue stands in the center of the hub, right in front of Cinderella's Castle.

วอลท์ ดิสนีย์ เวิลด์ ที่ ออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็น สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ถึง 30,000 เอเคอร์ ใช้งบประมาณพัฒนาถึง 400 ล้านดอลลาร์ ได้ต้อนรับคนรักสนุกครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1971 เวลาเปิดปิดสวนสนุก ชึ้นกับฤดูกาล เมื่อเข้าไปข้างในจะพบ ปราสาทเทพนิยายที่ตั้ง เด่นเป็นสัญลักษณ์ ดินแดนต่างๆ ตั้งแต่แอดเวนเจอร์แลนด์ ผจญภัยกับโจรสลัดแคริบเบียน ล่องเรือท่องป่าซาฟารี เครื่องเล่นสแปสชเมาเท่น รถไฟด่วนบิ๊กธันเดอร์ที่ฟรอนต์เทียร์แลนด์ สมอลล์เวิลด์อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ ดัมโบ้ช้างบิน เงือกน้อยแจกลายเซ็นที่แฟนตาซีแลนด์ และ ดินแดนแห่งอนาคตที่ทูมอโรว์แลนด์ แต่สวนสนุกที่ที่มีคนไปมากที่สุดในโลก คือ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ด้วยสถิตินักท่องเที่ยวมากถึง 17.80 ล้าน คนต่อปี มีพื้นที่เพียง 114.2 เอเคอร์เท่านั้น

ตึกเอ็มไพร์สเตต นิวยอร์ค

        ตึกเอ็มไพร์สเตท (อังกฤษ: Empire State Building) เป็นหนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ในรัฐนิวยอร์ค นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Streetนับเป็นอาคารหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม เฟรดเดอริค แลมบ์ ( William Frederick Lamb )
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เยลโลว์ สโตน อุทยานแห่งชาติแรกของโลก

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเขตติดต่อสามรัฐได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และ ไอดาโฮ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐไวโอมิง เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ มีพื้นที่กว่า มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ 43,750 ตารางไมล์ หรือ 8,992 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานประกอบไปด้วย ที่ราบสูงและภูเขาสูงมีหน้าผาชัน และมีทะเลสาบเยลโลวสโตน์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบ่อน้ำร้อน น้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน [1] และน้ำพุร้อนที่สำคัญคือ น้ำพุร้อนโอลด์ เฟธฟุล มีน้ำพุงออกมาทุกๆ 33 และ 93 นาทีโดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยในรอบ 100 ปี  สัตว์ป่าที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ได้แก่ หมีกริซซี่ หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลค์ แพะภูเขา บิ๊กฮอร์น แมวปา

จุดเด่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงแล้วจะต้องแวะดูมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโอลด์ เฟธฟูล (Old Faithful) น้ำพุร้อนที่ตระการตาที่สุด บ่อน้ำร้อน น้ำตกขนาดใหญ่ รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งควายป่าไบซัน กวางเอลก์ หรือหมี

กริซลีเส้นทางแรกคือโอลด์ เฟธฟูล-น้ำพุร้อน แมมมอธ (Mammoth Hot Spring) ระยะทาง 81 กิโลเมตร เริ่มต้นที่โอลด์ เฟธฟูล ซึ่งต้องไปดูก่อนเป็นอันดับแรก ต้องแวะเข้าไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อเช็คเวลาว่าโอลด์ เฟธฟูลจะปะทุขึ้นเมื่อเวลาเท่าใด แล้วจับจองม้านั่งเตรียมตื่นตาตื่นใจจากนั้นเดินดูบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนอีกนับไม่ถ้วนตามทางเดินไม้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เริ่มจากด้านหลังของโอลด์ เฟธฟูล และจะไปสุดทางที่บ่อมอร์นิงกลอรี (Morinin Glory Pool) ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนขนาดเล็กรูปกรวยสีฟ้าใส

สกีบนเทือกเขาร็อกกี้

เทือกเขาร็อกกี (Rocky Mountains หรือ Rockies)

ในบรรดาเทือกภูเขาต่างๆสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่มากมาย ก็หายากที่จะมีแห่งใดใหญ่โตเกินกว่าเทือกเขาร็อกกี้  ซึ่งทำหน้าที่เสมือนสันปันทวีปให้แก่อเมริกาด้วย  เทือกเขาร็อกกี้มีความยาวกว่า 3,000 ไมล์แผ่ลงมาจากแอลเบอร์ท่าและบริทิชโคลัมเบียในแคนาดา  ปกคลุมรัฐมอนทาน่า  ไวโอมิ่ง  ยูทอฮ์โคโรลาโด  ลงไปจนถึงนิว เม็กซิโกแล้วต่อไปถึงประเทศเม็กซิโก  แม่น้ำใหญ่หลายสายมีต้นน้ำเกิดจากบริเวณนี้  เนื่องจากหิมะละลายในฤดูใบไม้ผลิ  เช่น  แม่น้ำอาร์แคนซอ  มิสซูรี  โดยเฉพาะแม่น้ำสเน้คมีโตรกเขาลึกที่สุดในทวีปอเมริกาเหนืออยู่ที่เฮลล์  แคนยอนในรัฐโอดาไฮ  ลึกถึง 5334 ฟุต

        สัตว์ป่าในบริเวณนี้มีอยู่นานาชนิด  เช่น  กวางมูสซึ่งมีขนาดใหญ่มาก  สูงราวหกฟุต ที่ไหล่มีเขาเป็นช่อใหญ่ๆผิดกับกวางโดยทั่วไป  ควายป่าของอเมริกา  หมาป่าภูเขา  แพะภูเขา  หมีกริซลี่  ซึ่งเป็นหมีขนาดใหญ่มาก  ในบริเวณเทือกเขาอันไพศาลนี้มีภูมิภาพน่าดูอยู่มิใช่น้อยมีความเป็นไปที่แตกต่างกันอยู่มากอากาศในบริเวณนี้แห้ง สดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้แลเห็นไปได้ไกลลิบ  อากาศในยามกลางคืนจะเยือกเย็นมากกว่าในตอนกลางวันและหนาวจัดทีเดียวในฤดูหนาว
       อากาศในแถบนี้อาจกล่าวได้ว่าเยือกเย็นอยู่เสมอแม้แต่ในฤดูร้อนที่มีอยู่ชั่วระยะสั้นๆ  แล้วในฤดูร้อนนี้เองก็อาจมีฝนตกได้อย่างกระทันหัน  จากนั้นพออาทิตย์ตกแล้วอากาศก็จะเยือกเย็นขึ้นมาทันที   ไม่มีนักสกีผู้ที่คิดว่าตัวเองแน่คนใดที่ไม่เคยคิดหรือไม่เคยางแผนจะเล่นสกีที่เทือกเขาร็อกกี้ ยอดเขาใหญ่ๆหลายแห่งที่เหยียดยาวตลอดั้งแต่รัฐโคโรลาโด้  มอนทาน่า  ยูท่าห์  นิวเม็กซิโก  ไวโอมิ่ง  ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาถึง 200-500 นิ้ว ส่วนที่ยากที่สุดอยู่ตรงที่การตัดสินใจว่าจะไปเล่นที่ใด  เนื่องจากมีสกีรีสอร์ทมากมายกว่าหนึ่งร้อยแห่งอยู่บนเทือกเขาร็อกกี้
 
 

แคนาดา


เมืองแวนคูเวอร์
อยู่ห่างจาก Whistler Blackcomb รีสอร์ทที่มีชื่อเสียงในการเล่นสกีระดับโลกเพียง 2 ชม. และห่างจากซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกาเพียง 3 ชม. และยังสามารถเดินทางไปสัมผัสเทือกเขาร็อกกี้ได้สะดวกอีกด้วย แวนคูเวอร์ เป็นเมืองใหญ่ที่มีความเป็นสากล ทันสมัย มีย่านธุรกิจที่โด่งดัง ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก  ห้างสรรพสินค้า มากมาย อีกทั้งยังมีเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดปี อาทิ เทศกาลดนตรี เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม เทศกาลดอกไม้ไฟ อีกทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ปีนเขา แคมปิ้ง สโนว์บอร์ด พายเรือคายัค และอีกมากมายนับไม่ถ้วน เมืองนี้จึงเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมากันไม่ขาดสายตลอดทั้งปี สถานที่ และแหล่งท่องเที่ยวในเมืองแวนคูเวอร์ที่น่าสนใจก็มีไม่น้อย

http://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Canada-Place1-low.jpg   Canada Place (แคนาดา เพลส) สถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรือใบขนาดใหญ่ แค่เห็นก็อยากสลบในทิวทัศน์ที่งดงามตรงหน้า บรรยากาศมันช่างเป็นธรรมชาติเสียจริง แคนาดาเพลสสร้างขึ้นในปีค.ศ.1983 โดยฉลองด้วยการเปิดงานเอ๊กซ์โป 86 เป็นครั้งแรก เนื่องในโอกาสครบรอบศตวรรษของเมืองแวนคูเวอร์ ตัวอาคารมียอดโดมคล้ายกาบหอย และมีเสาขึงคล้ายใบเรือเรียงกันเป็นแนวยาว ภายในเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ เหมาะแก่การจัดงานที่ต้องการพื้นที่ในการจุคนมากๆ โดยรอบอาคารภายนอก สามารถเดินชมทัศนียภาพความงดงามของแม่น้ำและฟ้ากว้าง

http://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Getaway-Gastown3-low.jpg

 

    Getaway Gastown (แกสทาวน์) หากอยากสัมผัสกลิ่นอายครั้งอดีตต้องมาที่ย่านแกสทาวน์ ย่านธุรกิจเก่าแก่ที่สำคัญ และเป็นย่านชุมชนแรกของเมืองแวนคูเวอร์ ที่สถาปัตยกรรมของบ้านเรือนยังคงรูปแบบเดิม รวมทั้งร้านค้าก็ยังคงขายสินค้าเก่ารูปแบบเดิมเช่นกัน ซึ่งทำให้สัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมเก่าแก่แต่ครั้งโบราณ และสิ่งที่เป็นไฮไลน์ของย่านนี้คือ นาฬิกาไอน้ำ

 

http://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Getaway-Gastown1-low.jpg

 
     (Gastown Steam Clockเรือนแรกของโลกที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงมุมหัวถนน เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงก็จะส่งเสียงหวูดพร้อมกับพ่นไอน้ำออกมา ช่างน่ารักน่าชัง เหมือนมีชีวิตไม่มีผิด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
        Vancouver Aquaium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของทวีปอเมริกาเหนือ ภายในมีการจัดแสดงชีวิตสัตว์น้ำกว่า 8,000 ชนิด และสัตว์น้ำตัวเอกที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมคือ วาฬเพชฌฆาตที่ว่ายมาจุมพิตอาสาสมัครอย่างเร้าใจhttp://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Vancouver-Aquarium2low1.jpg        Museum of Anthropology (พิพิธภัณฑ์มนุษยวิทยา) พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ ที่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ คลาสสิค ร่วมสมัย ออกแบบโดยสถาปนิก อาร์เทอร์ อีริคสัน ในปีค.ศ.1976 แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่ามันเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ถูกออกแบบมาเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เพราะดูคลาสสิค สมัยใหม่ เข้ากับเทรนด์ยุคนี้จริงๆ โดนใจแบบสุดๆ

                     http://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Museum-of-Anthropology4-low.jpghttp://www.e-magazine.info/site/wp-content/uploads/2011/11/Museum-of-Anthropology3-low.jpg

โครงสร้างของอาคารเป็นเพียงแค่คานและเสาปูนวางเรียงกัน ผนังของตัวอาคาร รวมถึงหลังคานั้นเป็นกระจกทั้งหมด ดูแล้วเหมือนสถาปัตยกรรมแนว eco เปี๊ยบ ด้านในเป็นการจัดแสดงผลงานที่ทำขึ้นจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ของใช้ เรือ เสา เครื่องนุ่งห่ม กว่า 15,000 ชิ้น นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเรียนรู้ และน่าศึกษาเกี่ยวกับชาติกำเนิด และการพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นอย่างยิ่ง

Buffalo Bill’s town

                

เมืองของบัฟฟาโล บิล  อยู่ในเมืองโคดี้มีอนุสรณ์ที่ระลึกของบัฟฟาโล บิล ผู้ซึ่งเป็นทั้งคนขี่ม้าของโพนี่เอ็กเพรส หัวหน้าทหารเก่า นักล่าควายป่า ชาวไร่  นักบุกเบิก นักแสดง และผู้จัดรายการแสดง  เขาได้รับการขนานนามอย่างถูกต้องว่าเป็น  “กล้องคาไลโดสโคปแห่งประสบการณ์ตะวันตกของคนผิวขาว”  (kaleidoscope of white man’s western experience) จากการแสดง “Wild West Show”  ไปจนถึภาพยนตร์ของเขาและที่มีเนื้อหาตัวแสดงเกี่ยวกับเขาที่เลื่องชื่อที่สุด คือ ศูนย์ประวัติศาสตร์บัฟฟาโล บิล (Buffalo Bill Historical Center)  ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าชมอย่างยิ่ง  พิพิธภัณฑ์บัฟฟาโล บิล (Buffalo Bill Museum)  จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกและสิ่งสะสมอันมากมาย  เขาเป็นที่รู้จักอย่างดีในเรื่องของรสนิยมอันหรูหราและแพงๆดังนั้นสิ่งของสะสมที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์จึงมีแต่สิ่งมีค่าตามรสนิมยมของเขา
 

พีระมิดเม็กซิโก

พีระมิดเม็กซิโก ตั้งอยู่ที่เมืองเตเออตีวากันประเทศเม็กซิโก สร้างขึ้นโดยชนเผ่าพื้นเมืองโบราณของอเมริกาชื่อ ตอลเตค เพื่อบูชาพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายพีระมิดอียิปต์สร้างด้วยอิฐและปูนขาวเป็นชั้นๆ สูง 216 ฟุตฐานกว้างด้านละ 721 ฟุต และได้มีความเชื่อกันว่าภายในพีระมิดได้บรรจุอัฐิของกษัตริย์ของชาวตอลเตค ในปัจจุบันนี้ชนเผ่านี้ได้สาบสูญไปหมดแล้วเหลือไว้เพียงแต่โบราณสถานที่สำคัญที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชนเผ่าทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาค้นคว้ากันต่อไป

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
About these ads